⚖️📜 ร้านแปลมีตราประทับ ไม่ได้มีอำนาจรับรองการแปล ⚖️ เข้าใจผิดกันมานาน: ใครกันแน่ที่กฎหมายให้สิทธิ “รับรองคำแปล” ได้จริง ⚖️ในประเทศไทย ร้านแปลเอกสารจำนวนไม่น้อยมีตราประทับ จดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้อง และดำเนินธุรกิจมานาน จนทำให้เกิดความเข้าใจแพร่หลายว่า “ตราร้านแปล” เท่ากับ “การรับรองการแปลที่ถูกต้องตามกฎหมาย” แต่ในความเป็นจริง กฎหมายปกครองไทยไม่ได้ดูที่ชื่อร้านหรือทะเบียนพาณิชย์ หากพิจารณาที่ ตัวบุคคลผู้ลงนามรับรอง และคุณสมบัติของบุคคลนั้นโดยตรง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ร้านแปลจดทะเบียนหรือไม่
แต่คือ ผู้ที่ลงนามรับรองคำแปล มีคุณสมบัติตามกฎหมายหรือไม่
บทความนี้จะอธิบายอย่างชัดเจนตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2550 ว่า
ใคร “รับรองการแปลได้จริง” และใคร “ทำได้เพียงในทางปฏิบัติแต่ไม่มีฐานทางกฎหมาย” ⚖️📌
1️⃣ ตราประทับร้าน + จดทะเบียนพาณิชย์ = ไม่ใช่อำนาจตามกฎหมาย
การที่ร้านแปลเอกสารจดทะเบียนกับ กระทรวงพาณิชย์มีตราประทับร้านกรรมการร้านลงนามรับรองเอง
👉 ไม่ใช่ฐานะ “ผู้มีอำนาจรับรองการแปลตามกฎหมายปกครอง”
การจดทะเบีย…
⚖️📜 ร้านแปลมีตราประทับ ไม่ได้มีอำนาจรับรองการแปล ⚖️ เข้าใจผิดกันมานาน: ใครกันแน่ที่กฎหมายให้สิทธิ “รับรองคำแปล” ได้จริง ⚖️ในประเทศไทย ร้านแปลเอกสารจำนวนไม่น้อยมีตราประทับ จดทะเบียนพาณิชย์ถูกต้อง และดำเนินธุรกิจมานาน จนทำให้เกิดความเข้าใจแพร่หลายว่า “ตราร้านแปล” เท่ากับ “การรับรองการแปลที่ถูกต้องตามกฎหมาย” แต่ในความเป็นจริง กฎหมายปกครองไทยไม่ได้ดูที่ชื่อร้านหรือทะเบียนพาณิชย์ หากพิจารณาที่ ตัวบุคคลผู้ลงนามรับรอง และคุณสมบัติของบุคคลนั้นโดยตรง
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า ร้านแปลจดทะเบียนหรือไม่
แต่คือ ผู้ที่ลงนามรับรองคำแปล มีคุณสมบัติตามกฎหมายหรือไม่
บทความนี้จะอธิบายอย่างชัดเจนตามกฎกระทรวง พ.ศ. 2550 ว่า
ใคร “รับรองการแปลได้จริง” และใคร “ทำได้เพียงในทางปฏิบัติแต่ไม่มีฐานทางกฎหมาย” ⚖️📌
1️⃣ ตราประทับร้าน + จดทะเบียนพาณิชย์ = ไม่ใช่อำนาจตามกฎหมาย
การที่ร้านแปลเอกสารจดทะเบียนกับ กระทรวงพาณิชย์มีตราประทับร้านกรรมการร้านลงนามรับรองเอง
👉 ไม่ใช่ฐานะ “ผู้มีอำนาจรับรองการแปลตามกฎหมายปกครอง”
การจดทะเบียนพาณิชย์
✔️ แสดงว่าประกอบธุรกิจถูกต้อง
❌ ไม่ได้ทำให้ “การรับรองการแปล” มีสถานะทางกฎหมาย
2️⃣ กฎกระทรวง พ.ศ. 2550 กำหนด “ใคร” รับรองได้ชัดเจน
อ้างอิง กฎกระทรวงออกตาม พ.ร.บ.วิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539
ผู้รับรองสำเนา / การแปลได้ ต้องเป็นอย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น
📌 ข้อ 1 (สรุปสาระสำคัญ)
1️⃣ คนไทยที่
จบ ปริญญาตรีขึ้นไป จากหลักสูตรที่ ใช้ภาษาไทยเป็นหลัก
2️⃣ อาจารย์มหาวิทยาลัยที่สอนภาษานั้นโดยตรง
3️⃣ สถานทูต / สถานกงสุลของประเทศที่ใช้ภาษานั้นเป็นภาษาราชการ
4️⃣ หน่วยงานราชการไทยในต่างประเทศ
❗ ไม่มีข้อไหนที่เขียนว่า “ร้านแปล” หรือ “กรรมการบริษัท”
3️⃣ คำถามสำคัญ: ถ้า “กรรมการร้าน” ไม่ได้จบเอกภาษา / ไม่ได้เรียนต่างประเทศ
คำตอบคือ
❌ ไม่เข้าเกณฑ์ตามกฎกระทรวง
❌ ไม่ใช่ผู้มีอำนาจรับรองการแปลตามกฎหมายปกครอง
แม้ว่าจะทำงานแปลมานาน จะพูดภาษาได้ จะมีลูกจ้างเป็นนักแปลจริง
👉 กฎหมายดูที่ “ตัวผู้ลงนามรับรอง” ไม่ใช่ชื่อร้าน
4️⃣ แล้วทำไมบางที่ “รับ” ตราร้านแปล
เพราะเกิดจาก การใช้ดุลพินิจของหน่วยงาน ไม่ใช่เพราะถูกกฎหมาย
ตัวอย่าง เช่น ธนาคาร บริษัทเอกชน โรงเรียนบางแห่ง หน่วยงานรัฐระดับปฏิบัติการบางที่
⚠️ แต่ถ้าต้องนำไปใช่ต่อในหน่วยงานราชการ ถูกตรวจสอบภายหลังส่งต่อหน่วยงานอื่นใช้ในหน่วยงานราชการไทย
👉 มีความเสี่ยงสูงที่จะ ถูกตีกลับ
5️⃣ สรุปแบบฟันธง ⚖️
กรณี รับรองได้ตามกฎหมายหรือไม่ ร้านแปลมีตรา จดทะเบียนพาณิชย์ ❌ ไม่ใช่อำนาจตามกฎหมาย กรรมการร้านไม่ได้จบเอกภาษา
❌ พนักงานแปลเก่ง แต่กรรมการเซ็น
❌นักแปลคุณสมบัติตรง ลงนามเอง
✅หน่วยงานยอมรับเป็นกรณีพิเศษ ⚠️ ชั่วคราว / เสี่ยง
6️⃣ ประโยคสรุปที่ใช้สื่อสารกับลูกค้าได้ 🧠
“ตราประทับร้านแปลไม่ใช่อำนาจรับรองตามกฎหมาย
อำนาจอยู่ที่ ‘บุคคลผู้ลงนาม’ และคุณสมบัติของเขาตามกฎกระทรวง”
