“บิ๊กโจ๊ก” ส่งทนายยื่นฟ้อง “บิ๊กเต่า” ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ระบุ พนักงานสอบสวน ทำเกินขอบเขต คดีสินบนทอง โดยศาลรับคำฟ้อง และมีคำสั่งให้นัดตรวจคำฟ้อง 17 ก.พ.นี้
ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 22 ม.ค. 69 นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต. ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และคณะพนักงานสอบสวน ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 69 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติคืนสำนวนการสอบสวนกรณีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่งคำกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในกรณีการให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานของรัฐ (กรรมการ ป.ป.ช.) เพื่อช่วยเหลือในทางคดี ให้พนักงานสอบสวนเพื่อส่งให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอ…
“บิ๊กโจ๊ก” ส่งทนายยื่นฟ้อง “บิ๊กเต่า” ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ระบุ พนักงานสอบสวน ทำเกินขอบเขต คดีสินบนทอง โดยศาลรับคำฟ้อง และมีคำสั่งให้นัดตรวจคำฟ้อง 17 ก.พ.นี้
ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เมื่อเวลา 10.20 น. วันที่ 22 ม.ค. 69 นายสัญญาภัชระ สามารถ ทนายความผู้รับมอบอำนาจจาก พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีต รอง ผบ.ตร. ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. , พล.ต.ต. ประสงค์ เฉลิมพันธ์ ผบก.ปปป. และคณะพนักงานสอบสวน ข้อหาเป็นเจ้าพนักงานที่ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหาย หรือโดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า สืบเนื่องจากกรณีเมื่อวันที่ 21 ม.ค. 69 สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มีมติคืนสำนวนการสอบสวนกรณีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ส่งคำกล่าวโทษให้ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในกรณีการให้ทรัพย์สินแก่เจ้าพนักงานของรัฐ (กรรมการ ป.ป.ช.) เพื่อช่วยเหลือในทางคดี ให้พนักงานสอบสวนเพื่อส่งให้ดำเนินการตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 61 วรรคสอง และดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายที่ถูกต้องต่อไป
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า คณะพนักงานสอบสวนถือว่าไม่มีอำนาจในการดำเนินคดีดังกล่าวด้วยตัวเอง รวมทั้ง ป.ป.ช. ด้วย ฉะนั้นการกระทำของพนักงานสอบสวนจึงถือว่าเกินขอบเขต เป็นการกระทำที่ผิดหลักของกฎหมาย ก่อให้เกิดความเสียหายกับทาง พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ โดยศาลได้รับคำฟ้องไว้และมีคำสั่งให้นัดตรวจคำฟ้องในวันที่ 17 ก.พ.นี้ เวลา 09.00 น.
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า กรณีการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รัฐและบุคคลอื่น แม้จะเป็นบุคคลที่ไม่ได้ดำรงตำแหน่งกรรมการ ป.ป.ช. แต่ข้อกล่าวหานั้นระบุถึงพฤติการณ์ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สนับสนุน หรือให้ทรัพย์สินแก่กรรมการ ป.ป.ช. เพื่อจูงใจให้กระทำการอันมิชอบด้วยหน้าที่ ซึ่งถือเป็นความผิดที่เกี่ยวข้องกันและต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน
...
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า เมื่อพิจารณาแล้วกรณีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 มาตรา 236 ประกอบ พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 มาตรา 45 วรรคหนึ่ง กฎหมายบัญญัติกระบวนการตรวจสอบกรรมการ ป.ป.ช. ไว้เป็นการเฉพาะ ระบุว่า หากมีการกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ว่าทุจริตต่อหน้าที่ หรือฝ่าฝืนจริยธรรมร้ายแรง ผู้มีสิทธิกล่าวหาคือ สส., สว. หรือประชาชน 20,000 คน โดยต้องยื่นเรื่องต่อประธานรัฐสภา หากประธานรัฐสภาเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย จะส่งเรื่องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ ตามกฎหมายวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ด้วยเหตุผลทางกฎหมายดังกล่าว ตามมาตรา 28 (2) ประกอบมาตรา 30 และมาตรา 45 แห่ง พ.ร.ป.ป.ป.ช. พ.ศ. 2561 ซึ่งระบุว่าคดีที่มีลักษณะการกระทำความผิดที่เกี่ยวข้องกันจะต้องดำเนินการในคราวเดียวกัน และอำนาจในการไต่สวนกรณีนี้ต้องผ่านประธานรัฐสภาเพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระ เรื่องนี้ตนเคยกล่าวไว้แต่แรกว่าต้องไปเริ่มที่รัฐสภาเท่านั้น
นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ส่วนแนวทางที่ออกมาของ ป.ป.ช. วานนี้ ตนไม่ได้มองว่าเป็นการชนะในยกแรกแต่มองว่าตนทราบแนวทางการดำเนินคดีทางระบบยุติธรรมมากกว่าด้วยซ้ำ เหตุใดเจ้าหน้าที่จึงพยายามจะจัดการทุกอย่างเอง ย้อนกลับไปในวันที่ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ เดินทางไปรายงานตัว วันนั้นตนจำได้ว่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ พยายามแจ้งข้อกล่าวหา พิมพ์ลายนิ้วมือ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ทันที ทั้งที่ตนเองและอดีตรอง ผบ.ตร. ทักท้วงว่าตำรวจมีอำนาจหรือไม่
ต่อข้อถามกรณีที่ พ.ต.ท.คริษฐ์ ปริยะเกตุ นายตำรวจคนสนิทและอดีตผู้ใต้บังคับบัญชาของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ แจ้งความร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ นายสัญญาภัชระ กล่าวว่า ตนเริ่มรู้จักอดีตรอง ผบ.ตร. ได้ไม่ถึง 1 เดือนก็เริ่มทำงานให้ ขณะนั้นทำให้ได้เจอกับ พ.ต.ท.คริษฐ์ ตลอดเวลา ที่ผ่านมา พ.ต.ท.คริษฐ์ เป็นผู้ประสานส่งข้อมูลต่างๆ ให้ระหว่างตนเองกับ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ ส่วนเรื่องของคดียืนยันว่า พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ มีหลักฐานว่าไม่ได้ทำร้าย พ.ต.ท.คริษฐ์ ตามที่ร้องทุกข์กล่าวโทษแน่นอน
โดยในช่วงท้ายของการแถลงข่าวทนายความได้เปิดประวัติการสนทนากับ พ.ต.ท.คริษฐ์ ว่ามีการเป็นคนกลางส่งมอบข้อมูลหลักฐานทางคดีหลาย ๆ อย่าง ได้ส่งข้อความคุยครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 68 แล้วยังมีการพบกันอีกด้วย